ประเพณีไทย 4 ภาค มีจุดน่าสนใจอย่างไรบ้าง

Northpic

ประเพณีไทยเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งที่มีความน่าสนใจ  ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก เพราะความประณีต ความมีมนต์ขลัง และการสอดแทรกแนวคิดในการใช้ชีวิตเอาไว้ในประเพณีเหล่านั้น ที่สำคัญแต่ละภาคก็จะมีประเพณีเฉพาะท้องถิ่นที่ต่างกันไปอีกด้วย ลองมาดูกันว่าแต่ละภาคเป็นอย่างไรกันบ้าง

ประเพณีในภาคเหนือ

เมืองที่มีวิธีชีวิตเป็นไปอย่างเชื่องช้า ดูราวกับว่าไม่มีอะไรต้องเร่งรีบ ผู้คนล้วนมีความใจเย็นไม่ต่างจากสภาพอากาศ ทั้งในอาหารการกิน กิจกรรมทางวัฒนธรรม และประเพณีต่างๆ จึงมีความประณีต อ่อนช้อย ตัวอย่างของประเพณีที่น่าสนใจ ได้แก่

– ประเพณียี่เป็ง เป็นการปล่อยโคมพร้อมกับลอยกระทงแบบชาวล้านนา สถานที่จะถูกจัดให้มีแสงไฟเหลืองนวลทั่วบริเวณ พร้อมกับมีการละเล่นที่หลากหลาย

– ประเพณีฟ้อนผีปู่ย่า เป็นการฟ้อนรำในรูปแบบของคนพื้นที่ เพื่อเลี้ยงดูวิญญาณบรรพบุรุษ

– ประเพณีปอยส่างลอง เรียกอีกอย่างว่างานบวชลูกแก้ว ก็คือการบวชเณรในช่วงวัยที่เหมาะสม ว่ากันว่ารูปแบบของการจัดงานเลียนแบบมาจากการออกผนวชของเจ้าชายสิทธัตถะ

Central region

ประเพณีในภาคกลางมีอะไรบ้าง

คนภาคกลางมีความผสมผสานของศิลปวัฒนธรรมจากหลายๆ ภาคมา มีความวิจิตรตระการตาสมกับการเป็นที่ตั้งเมืองหลวงในสมัยก่อน จึงพร้อมสรรพด้วยข้าวของ และองค์ความรู้ ประเพณีของภาคกลางจึงมีพิธีการที่ค่อนข้างเรียบง่าย ใส่รายละเอียดในองค์ประกอบอื่นๆ เยอะ ตัวอย่างของประเพณีที่น่าสนใจ ได้แก่

– ประเพณีโยนบัว จัดขึ้นในแม่น้ำสายหลัก ผู้คนจะโยนดอกบัวให้ลงเรือในขบวนแห่ซึ่งมีองค์พระตั้งอยู่ด้วย เชื่อว่าช่วยเสริมสิริมงคงให้ชีวิต

– ประเพณีบายศรีสู่ขวัญข้าว เป็นการทำขวัญให้กับพระแม่โพสพ เพื่อเสริมกำลังใจให้ชาวนาว่าผลผลิตจะได้มากขึ้นเรื่อยไป เป็นการแสดงความกตัญญูต่อข้าวทุกเม็ดด้วย

– ประเพณีกวนข้าวทิพย์ คือการทำอาหารที่รวมของมงคล และวัตถุดิบทรงคุณค่าหลายชนิด เชื่อว่าหากได้ทานข้าวทิพย์แล้วจะได้รับโชคลาภ และรอดพ้นจากภัยพิบัติทั้งปวง

Northeast 

ประเพณีในภาคอีสาน

ความบันเทิงเริงใจ ความสนุกสนาน เป็นหัวใจของวิถีชีวิตผู้คนในย่านนี้ ประเพณีที่มีขึ้นจึงต้องแฝงเอาไว้ด้วยสิ่งเหล่านี้เสมอ จะต้องมีเสียงเพลง มีการละเล่น มีกิจกรรมบางอย่างที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจกัน นอกจากนี้วัตถุดิบที่ใช้ในประเพณีก็นิยมใช้ของพื้นบ้านที่หาได้ง่าย ตัวอย่างของประเพณีที่น่าสนใจ ได้แก่

– ประเพณีผีตาโขน เป็นการละเล่นที่ผู้เล่นต้องแต่งตัวเป็น “ผีตาโขน” เชื่อว่าจะขับไล่ภูตผี ทำให้อยู่ดีมีสุข

–  ประเพณีแห่นางแมว นิยมทำกันในช่วงที่ฝนแล้งมากๆ โดยใช้แมวตัวเมียสีดำกับดอกไม้ธูปเทียน ใส่กะทอแล้วหามแห่ไปทั่วเมือง พร้อมกับมีร้องรำทำเพลงร่วมด้วย

– ประเพณีบุญบั้งไฟ มีที่มาจากนิทานพื้นบ้าน เชื่อว่าเป็นการส่งสัญญาณให้พญานาคเพื่อขอฝน จะต้องมีการสร้างบั้งไฟขนาดใหญ่ แล้วจุดโดยพร้อมเพรียงกัน

– ประเพณีไหลเรือไฟ มีทั้งแบบที่ใช้เรือจริงๆ ตกแต่งด้วยไฟ  และแบบที่ใช้ขอนไม้หรือกาบกล้วยแล้วจุดเทียนตั้งไว้ เมื่อปล่อยให้ไหลไปตามแม่น้ำก็จะสว่างสไวสวยงาม เป็นการขอขมาแม่น้ำนั่นเอง

Southern region

ประเพณีในภาคใต้

ภาคใต้เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีอากาศร้อนชื้น ผู้คนจึงมีบุคลิกที่กระชับกระเฉงตลอดเวลา ประเพณีต่างๆ จะเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ค่อนข้างรวบรัด  และด้วยความที่อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จึงมีประเพณีที่เกี่ยวข้องกับน้ำเยอะพอสมควร ตัวอย่างของประเพณีที่น่าสนใจ ได้แก่

– ประเพณีให้ทานไฟ นิยมทำกันในช่วงเดือนอ้าย เป็นการก่อกองไฟในเขตวัด แล้วเริ่มปรุงขนมเพื่อถวายพระ

– ประเพณีลากพระ สามารถทำได้ทั้งทางบก และทางน้ำ ส่วนใหญ่นิยมใช้เชือกผูกองค์พระเพื่อลากพร้อมส่งเสียงร้องบทลากพระโดยพร้อมเพรียงกัน

– ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ เป็นการนำผ้าผืนยาวไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์ ผ้าที่ใช้เรียกว่าผ้าพระบต นิยมใช้เป็นผ้าสีขาวมากที่สุด คล้ายกับการเปลี่ยนเครื่องทรงพระของภาคกลางนั่นเอง

– ประเพณีสารทเดือนสิบ จัดขึ้นครั้งละ 3 วันในช่วงเดือน 10 มีการทำขนมโบราณขึ้นชื่อถวายแด่พระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล

 

วันอัฏฐมีบูชาคือวันอะไร และมีความสำคัญอย่างไร

Atthamibuchapic

วันสำคัญทางศาสนาเป็นวันที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก เพราะว่าจะเป็นโอกาสดีที่เราจะได้หยุดงานที่ทำอยู่เพื่อที่จะเข้ามาทำกิจกรรมของศาสนาพุทธตามหน้าที่ของพุทธบริษัท 4 หนึ่งในวันสำคัญของศาสนาพุทธก็คือวันอัฏฐมีบูชา วันนี้คือวันอะไรมีความสำคัญอย่างไร เราจะมาทบทวนกันเล็กน้อยเผื่อว่าชาวพุทธหลายคนลืมกันไป

วันอัฏฐมีบูชา อีกหนึ่งวันสำคัญของพระพุทธศาสนา

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า วันสำคัญทางศาสนาของไทยเรา ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าเป็นหลัก อีกส่วนหนึ่งจะเป็นวันเกี่ยวกับเรื่องราวของพุทธศาสนา เรามาทบทวนกันหน่อยว่า วันอัฏฐมีบูชาคือวันอะไร คำตอบก็คือ วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของสมเด็จสัมมนาสัมพุทธเจ้า วันนี้เกิดขึ้นหลังจากพระพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพานได้ 8 วัน ตามปฏิทินจะบอกว่าวันดังกล่าวตรงกับวันแรม 8 ค่ำเดือน 6 หรือว่า เดือนวิสาขะ โดยวันดังกล่าวจะเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนาอีกด้วยวันหนึ่ง

ตามประวัติแล้ววันดังกล่าวในตอนที่ถวายพระเพลิงมีเรื่องราวความขัดแย้งเกิดขึ้นด้วย เนื่องจากสรีระของท่านหลังจากที่เผาไปแล้วเกิดเป็นพระบรมอัฐิมากมาย ทำให้กษัตริย์แต่ละแคว้นต้องการที่ขอเก็บกลับเมืองเพื่อนำไปบูชา ปรากฏว่าการแบ่งพระบรมอัฐิดังกล่าวไม่มีใครยอมกัน จนสุดท้ายได้มีพราหมณ์ผู้ใหญ่ชื่อว่า โทณพราหมณ์ เข้ามาไกล่เกลี่ยเพื่อแบ่งพระบรมอัฐิดังกล่าว ทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี

พิธีกรรมในประเทศที่คนไทยควรศึกษา

สำหรับไทยเรานั้น เป็นประเทศที่มีพุทธศาสนิกชนมากที่สุด โดยวันอัฏฐมีบูชาก็มีการทำพิธีกรรมแตกต่างกันไป แต่พิธีกรรมที่มีชื่อเสียงมากทุ่สดก็คือ การถวายพระเพลิงพระบรมศพจำลอง เพื่อจำลองสถานการณ์การเผาสรีระของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พิธีกรรมนี้มีที่วัดบรมธาตุทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พิธีนี้ไม่ทราบถึงต้นกำเนิดครั้งแรกว่าเป็นเมื่อไร แต่ปัจจุบันได้ทำต่อเนื่องกันมาพร้อมกับได้รับแรงสนับสนุนจากทางภาครัฐ ภาคเอกชน จนทำให้พิธีกรรมประเพณีดังกล่าวใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ได้กลายเป็นงานประจำปีของจังหวัดภายใต้ชื่อว่า วันอัฏฐมีบูชารำลึก เมืองทุ่งยั้ง งานในปัจจุบันจัดขึ้นในวันวิสาขบูชาตามปฏิทินจันทรคติ คือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 ทั้งหมด 9 วัน การจัดงานเทศกาลดังล่าวจะมีการแสดงเรื่องราวประวัติพุทธเจ้าตั้งแต่ช่วงเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน จนถึงพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้า(แบบจำลอ) เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้รับทราบและร่วมงานดังกล่าว ปรากฏว่ามีคนมาเข้าร่วมงานเยอะแยะมากมาย อีกแห่งหนึ่งหากขึ้นเหนือไปไม่ไหว ภาคกลางก็มีวัดที่จัดทำพิธีกรรมคล้ายๆกันนั่นก็คือ วัดใหม่สุคนธาราม วัดอยู่ที่ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม งานนี้จัดขึ้นโดยความดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด จุดเด่นของานที่นี่จะเป็นเรื่องของขบวนแห่สักการะที่มีทั้งตะไล บั้งไฟ เพื่อจุดให้มีแสงสีเสียงสวยงาม อีกทั้งมีขบวนพุทธประวัติเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ทบทวนเรื่องราวดังกล่าว รวมถึงขบวนเกี่ยวกับหลักธรรมคำสอนอีกด้วย และที่ขาดไม่ได้ก็คือ พิธีการจำลองการถวายพระเพลิงบรมศพพระสัมมาสัมพุทธเจ้า งานพิธีดังกล่าวก็ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่นั้นอย่างดีเช่นกัน

ส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยมีวัดทำพิธีกรรมสักเท่าไร แต่มีบางวัดอาจจะไม่ได้จัดงานใหญ่โตเป็นเทศกาลอะไรมากนัก ทำเพียงแค่ร่วมกันจัดทำพิธีบำเพ็ญกุศลเท่านั้นเอง (เหมือนกับบำเพ็ญกุศลให้กับคนที่ล่วงลับไปแล้วทั่วไป) จากนั้นก็จะมีกิจกรรมที่จะส่งเสริมเรื่องของทาน รักษาศีล เจริญภาวะนาทั่วไป โดยการจะทำพิธีดังกล่าวจะมีการกล่าวคำบูชาดอกไม้ธูปเทียนด้วย คราวนี้ในวันอัฏฐมีบูชาครั้งต่อไป เราก็เข้าใจเรื่องราวเหล่านั้นได้เป็นอย่างดีแล้ว

 

 

วันธรรมสวนะมีความสำคัญอย่างไรในพระพุทธศาสนา

wantamswanapic

วันธรรมสวนะ หรือ วันพระ หลายคนอาจจะให้ความสนใจมาก เพราะว่าจะได้กำหนดเป็นวันเพื่อทำพิธีกรรมด้านพุทธศาสนาไปด้วยในตัว แต่ชาวพุทธหลายคนอาจจะหลงลืมวันพระ หรือ วันธรรมสวนะไปแล้ว เราเลยขอใช้พื้นที่ตรงนี้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับวันธรรมสวนะกันหน่อยว่ามีความสำคัญอย่างไรในพระพุทธศาสนา

วันพระคือวันอะไรในศาสนาพุทธ

หลายคนได้ยินคำว่าวันพระมาจนเคยชิน แต่ไม่รู้ว่าเป็นวันอะไร รู้แต่ว่าเป็นวันที่ต้องไปวัดแค่นั้นเอง บางคนอาจจะคิดว่า วันพระคือวันที่เกี่ยวข้องกับพระเท่านั้น เราเองเป็นคน เป็นฆราวาส เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องแนวคิดทั้งสองข้อนี้ถือว่าผิดอย่างแรงเลยทีเดียว ใครที่เข้าใจตามนี้อยู่ ต้องล้างความคิดนั้นแล้วตั้งความคิดกันใหม่ว่า วันพระหมายถึง วันประชุมของพุทธศาสนิกชนเพื่อปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาประจำสัปดาห์ อีกชื่อหนึ่งที่ได้ยินมาก็คือ วันธรรมสวนะ นั่นเอง หากใครสังเกตดูวันพระจะมีสัปดาห์ละหนึ่งวัน แต่จะมีการกำหนดไว้ไม่เหมือนกันในแต่ละสัปดาห์ตามลำดับปฏิทินจันทรคติ เดือนละ 4 วันก็จะมี วันขึ้น 8 ค่ำ, วันขึ้น 15 ค่ำ, วันแรม 8 ค่ำ และ วันแรม 15 ค่ำ มีเงื่อนไขยกเว้นไว้ด้วยว่า หากเดือนใดไม่ครบจะให้เอาวันแรม 14 ค่ำ แทน

ประวัติเกี่ยวกับวันธรรมสวนะ

วันพระ หรือ วันธรรมสวนะ นั้นหากดูตามประวัติน่าสนใจมาก เพราะว่าวันพระนี้ไม่ได้เกิดจากพระพุทธศาสนา แต่เกิดจากนักบวชนอกรีตที่ยกเอาวันขึ้น 8 ค่ำ และ ขึ้น 15 ค่ำ เป็นหลักในการมาชุมนุมกันเพื่อแสดงธรรมของตัวเอง เรื่องนี้ไม่ได้มีกำหนดไว้ในพุทธศาสนาในตอนแรก พอมีกิจกรรมแบบนี้ พระเจ้าพิมพิสารจึงได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อเล่าให้ฟังถึงกิจกรรมดังกล่าว พร้อมแนะนำว่ากิจกรรมดังกล่าวพุทธศาสนายังไม่มีควรจะมีเหมือนเค้าบ้างเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนา พระพุทธเจ้าฟังความดังกล่าวจึงเห็นควรด้วย ท่านจึงอนุญาตให้มีการประชุมพระสงฆ์ในวันขึ้น 8 ค่ำ และ ขึ้น 15 ค่ำขึ้น กิจกรรมที่ให้มีก็คือการประชุมสงฆ์และแสดงธรรมแก่ประชาชน วันพระหรือวันธรรมสวนะจึงถือกำเนิดขึ้นในพระพุทธศาสนา ส่วนไทยเราวันพระมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

วันพระในสังคมไทยที่ทุกคนต้องรู้

ตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นต้นมา วันพระก็อยู่คู่คนไทย พุทธศาสนิกชนไทยมาตลอด ซึ่งธรรมเนียมในการปฏิบัติวันพระของพุทธศาสนิกชนก็มีตั้งแต่การเข้าวัดทำบุญถวายอาหาร แด่พระสงฆ์ตามสมควร ฟังเทศน์ ฟังธรรม หากใครถือเคร่งครัดอาจจะมีการถือศีลแปด นั่งสมาธิ เดินจงกรมสวดมนต์ทำวัตรเช้า วัตรเย็นด้วย ตามความเชื่อวันพระเราจะรักษาศีล เว้นจากการทำบาปทุกชนิดชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ตามแนวคิดของพุทธศาสนา เชื่อหรือไม่ว่าวันพระของไทยเรานั้น มีไม่กี่ประเทศที่นับถืออยู่ ไม่ว่าจะเป็น ศรีลังกา, พม่า, ไทย, ลาว และ เขมร กลุ่มประเทศเหล่านี้จะนับถือพุทธศาสนาสายเถรวาทด้วย อีกเรื่องเดิมทีวันพระจะถูกนับว่าว่าเป็นวันหยุดราชการด้วย แต่เนื่องจากวันพระไม่แน่นอนในแต่ละสัปดาห์ทำให้ไม่คล่องตัวจึงเลิกธรรมเนียมนี้ไป

วันพระสำคัญอย่างในพระพุทธศาสนา

สำหรับวันพระนั้นถือว่าเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนาเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นวันที่เหมือนเป็นเครื่องหมายให้พุทธศาสนิกชนได้ระลึกถึงการทำความดี ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญตักบาตร เข้าวัดฟังธรรมเทศนา จะรักษาศีลด้วยก็เป็นได้ การได้มีวันพระยังทำให้คนเข้าวัดอยู่ แม้จะเป็นสัปดาห์ละครั้งก็ยังดี ถือว่าวันพระเป็นวันสำคัญที่ทำให้ศาสนาพุทธดำรงอยู่ได้ก็คงจะไม่ผิดนัก วันพระหน้าเราขอเชิญชวนให้มาทำความดี ทำกิจกรรมชาวพุทธตามสมควรกันเถอะ

ฝรั่งชอบ!! 5 ประเพณีไทยที่ชาวต่างชาติช่างซูฮก

เดียวนี้เรามักจะเห็นชาวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวในช่วงเทศกาลบ้านเรากันเยอะ นั่นก็เพราะประเพณีบ้านเราหลายอย่างได้ถูกถ่ายทอดและได้รับความสนใจจากทั่วโลก บ้านเราโชคดีมากที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีเก่าแก่ที่สวยงามทรงคุณค่า ซึ่งยังคงสืบทอดต่อกันมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เราลองมาดูกันว่าอะไรที่ทำให้ชาวต่างชาติถึงกับต้องยกนิ้วให้กับบ้านเรา

1.ลอยกระทง

เป็นเทศกาลที่ผู้คนเดินทางมาริมแม่น้ำเพื่อขอขมาต่อพระแม่คงคา ซึ่งจัดขึ้นในทุกวันที่ 15 ค่ำ เดือน 12 เป็นประเพณีที่จัดขึ้นทั่วประเทศพร้อมกันของไทย แต่ละคนจะนำกระทงมาลอยที่อาจจะจาก ต้นกล้วย ขนมปัง หรือ น้ำแข็ง โดยมีชาวต่างชาติเข้าร่วมงานจำนวนมากเป็นประจำทุกปี

2.สงกรานต์

การสาดน้ำในวันสงกรานต์ คงเป็นเทศกาลอันดับหนึ่งในดวงใจของทุกคน โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ที่ต่างเดินทางมาเล่นน้ำสาดน้ำกันในวันสงกรานต์ สนุกสนานไปกับเพื่อนพ้องที่พบเจอ ในขณะที่ครอบครัวคนไทยก็มักจะพากันเข้าวัดทำบุญ หรือ กลับไปบ้านเพื่อสรงน้ำญาติผู้ใหญ่ เพื่อแสดงความเคารพต่อบุคคลผู้มีพระคุณ มักจะจัดขึ้นในวันที่ 13 – 15 เมษายน

3.บั้งไฟพญานาค

คงไม่มีอะไรตื่นเต้นและลึกลับไปกว่า “บั้งไฟพญานาค” มันเป็นลูกไฟสีแดงที่ลอยขึ้นเหนือแม่น้ำโขง ซึ่งปัจจุบันนี้ยังคงหาคำตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ในทุกปีจะมีคนแห่มาจับจองพื้นที่ริมน้ำ เพื่อรอรับชมปรากฎการณ์เหนือธรรมชาตินี้กันอย่างล้นหลาม บางคนถึงกับมารอก่อนล่วงหน้าเป็นวันเลยก็มี เห็นได้ชัดว่ามีคนให้ความสนใจเทศกาลนี้อย่างมาก แม้ว่าจะไม่มีใครอธิบายที่มาของมันได้ก็ตาม

4.ผีตาโขน

ผีตาโขนเป็นประเพณีที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับทุกคน แม้แต่คนไทยเองก็มักจะไม่ค่อยได้มีใครไปสัมผัสกับเทศกาลด้วยตัวเองนัก เล่ากันว่าเมื่อครั้งที่พระเวสสันดรจะเดินทางกลับเข้าเมือง ทำให้พวกบรรดาภูติผีหรือสิ่งมีชีวิตในป่าต่างเดินทางมาเพื่อส่งเสด็จถึงในเมือง เทศกาลนี้จัดขึ้นในจังหวัดเลย ทุกเดือนที่ 7 ของทุกปี

5.ประเพณีวิ่งควาย

การจัดงานแข่งวิ่งควายเป็นเทศกาลประจำของจังหวัด “ชลบุรี” ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นกันมานานกว่าเกือบ 100 ปี ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการให้ควายได้ผ่อนคลาย หลังจากที่ได้ทำประโยชน์ให้แก่ชาวนามาอย่างยาวนาน ชาวนาถือว่าควายเป็นสัตว์ที่บุญคุณ ช่วยให้เราได้ทำนามีข้าวกินอย่างอุดมสมบูรณ์ จึงไม่แปลกที่ชาวต่างชาติจะพากันมาชมเทศกาลนี้ เพราะความน่าตื่นตาตื่นใจและไม่สามารถหาดูได้จากที่ไหน

ลอยกระทงประเพณีไทยที่สืบต่อกันมาช้านาน

Loi Krathongnew

ลอยกระทงเป็นประเพณีที่สืบทอดในวัฒธรรมไทยมากว่าหลายร้อยปี จะจัดขึ้นในทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 จุดประสงค์ของการลอยกระทงคือการ “ขอขมาต่อพระแม่คงคา” ตามความเชื่อของคนปัจจุบัน แต่จริงๆแล้วมันมีความเป็นที่มากกว่านั้นเยอะ ต้องย้อนกลับไปถึงสมัยพ่อขุนรามคำแหง ซึ่งในสมัยนั้นไม่ได้เรียกพิธีลอยกระทง แต่เรียกกันว่า “พิธีจองเปรียญ” เป็นพิธีสำคัญที่จะทำกันทุกเดือน 12 ของปี และทางเหนืออย่าง เชียงใหม่ หรือ สุโขทัย ก็ยังคงทำมาตลอดคือการลอยโคมยี่เป็ง

การทำกระทงถือเป็นความสนุกที่สุด แต่ละคนก็จะแข่งขันกันทำกระทงให้ออกมาสวยที่สุด และนำมาแข่งกันว่าใครจะสวนกว่า บางจังหวัดถึงกับขนาดประกวดกันเลยด้วย โดยเฉพาะ “นางนพมาศ” ซึ่งจะจัดการประกวดในวันลอยกระทง สืบทอดมาจากสมัยสุโขทัย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความงามและสมบูรณ์แบบของสุโขทัยสมัยก่อน การชนะประกวดตัดสินโดยกรรมการที่คิดว่าหญิงคนไหนที่เข้าร่วมงดงามที่สุด

วัสดุที่นำมาใช้ทำกระทงส่วนใหญ่เป็นใบตองและต้นกล้วย บางคนใช้โฟมเป็นฐานก็มี ในการพับใบตองส่วนใหญ่จะใช้ลูกแม็กเย็บให้ติดกันก่อนจะนำไปประดับรอบๆฐานที่เตรียมเอาไว้ เมื่อเสร็จแล้วจึงนำดอกไม้อื่นๆตกแต่งเพิ่มเติมให้มีความสวยงามในแบบฉบับตนเอง ท้ายที่สุดคือการนำเทียนและธูปมาปักลงไปตรงกลาง สำหรับบางบ้านจะมีความเชื่อโบราณซึ่งมักจะตัดเล็บ หรือผมใส่ลงไปด้วย ถือว่าเป็นการตัดเคราะห์กรรมให้ลอยออกไปตามกระทง

ผลกระทบการลอยกระทงในปัจจุบัน

หลังจากที่ทุกคนได้อิฐฐานแล้วลอยกระทงเพื่อขอขมาพระแม่คงคา สิ่งที่เหลืออยู่หลังคุณเดินกลับไปคือระบบนิเวศที่กำลังได้รับผลกระทบจากกระทงที่เกลือนแม่น้ำ กลายเป็นขยะเน่าเสีย ทำให้ปลาตาย มันเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่เราต้องใจทำเพราะเรามาขอขมาเจ้าแม่แต่กลับทำให้เกิดขยะเพิ่มขึนเสียเอง ถึงแม้ว่าจะเป็นประเพณีที่สำคัญของไทย เป็นที่นิยมของคนไทยทั้งประเทศ แต่เราก็อดคิดกันไม่ได้ว่าจะแก้ไขปัญหายังไง

ให้หยุดลอยก็คงจะเป็นเรื่องยาก ปัจจุบันเลยมีคนคิดวิธีอื่นๆที่จะช่วยกันรักษามลพิษในแม่น้ำลำคลองด้วยกระทงน้ำแข็ง กระทงขนมปัง แต่ก็ยังคงไม่ใช่คำตอบที่ดีสุด อย่างกระทงขนมปังในบางพื้นที่เยอะเกินจนปลากินไม่หมด ผลสุดท้ายคือเน่าเสียเกิดมลพิษเหมือนเดิม สิ่งที่น่าสนใจสุดคือการลอยกระทงบนอินเตอร์เน็ต ถือว่าเราจะจับต้องไม่ได้แต่ได้อฐิฐานเช่นเดียวกัน แถมไม่เพิ่มขยะในแม่น้ำอีกต่างหาก

เว็บไซต์ gclub บาคาร่าช่องทางสมัครคาสิโนออนไลน์

ทางเข้าเว็บไซต์ gclub คาสิโนออนไลน์เข้าเล่นผ่านหน้าเว็บไซต์ได้แล้ววันนี้ ร่วมลุ้นไปกับการเดิมพันด้วยการถ่ายทอดสดผ่านสถานที่เล่นจริง เพื่อการเข้าถึงที่สมจริงในการเล่นคาสิโนออนไลน์ การันตีความสนุกด้วยรูปแบบเกมส์ที่ไม่ซ้ำซาก ทางเข้าเล่นมีทั้งลิ้งค์เข้าสู่ระบบบน Pc และ Moblie สมาชิกที่ต้องการเล่นผ่านมือถือเข้าได้ทั้งแบบ แอนดรอยด์ และ ไอโอเอส คลิกดาวน์โหลดโปรแกรมเพียงไม่กี่นาที ระบบฝาก-ถอน รวดเร็ว ปลอดภัย รองรับได้ทุกเบราว์เซอร์ในการเล่น พร้อมอธิบายรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครจนไปถึงการเป็นสมาชิกกับทางเว็บไซต์ gclub อย่างละเอียด สมาชิกที่ต้องการเล่นคาสิโนออนไลน์ที่ดีที่สุดในประเทศไม่ควรพลาดอย่างยิ่งกับการสมัครเพื่อรับโปรโมชั่นแจกจริง ที่ไม่มีที่ไหนให้คุณได้เท่ากับเว็บไซต์ gclub วางใจได้กับการให้บริการมามากกว่า 10 ปี

Website-gclub-Baccarat-Online

วิธีเล่น เสือมังกรสำหรับมือใหม่

เสือมังกรเป็นอีกหนึ่งเกมส์เดิมพันในเว็บไซต์ gclub ที่ได้รับความนิยมมากในเวลานี้ สาเหตุที่สมาชิกส่วนใหญ่ชอบนั้นก็เพราะว่าเสือมังกรมีวิธีการเล่นที่ง่ายถ้าเทียบกับไพ่บาคาร่าแล้วสามารถจบเกมส์ได้ไวกว่า เพราะว่าเสือมังกรนั้นจะเปิดไพ่เพียงใบเดียวเท่านั้นก็จะรู้ผลทันที ส่วนบาคาร่านั้นกว่าจะเปิดต้องจั่ว 2 ถึง 3 ใบถึงจะรู้ผล นอกจากนี้เสือมังกรยังมีอัตราการจ่ายที่ง่ายมาก และถือว่าเกมส์ชนิดนี้ไม่เป็นรองเกมส์อย่างบาคาร่าเลยก็ว่าได้

Dragon-Tiger-Rules

กฎกติกาในการเล่นเสือมังกรอย่างถูกต้อง

1.สมาชิกวางเดิมพันได้ 3 แบบด้วยกันคือ เสือชนะ, มังกรชนะ, และเสมอ
2.สมาชิกจะมีช่วงเวลาในการเดิมพันขึ้นอยู่กับโต๊ะเดิมพันแต่ล่ะโต๊ะว่าเหลือเวลาเท่าใด ในการเดิมพันควรเลือกลงเดิมพันก่อนที่ดีลเลอร์จะทำการปิดรับเดิมพัน

3.คะแนนในไพ่ของแต่ล่ะใบจะคิดตามนี้ J คิดเป็นคะแนนคือ 11 คะแนน, Q คิดเป็นคะแนนคือ 12 คะแนน, K คิดเป็นคะแนนคือ 13 คะแนน, A คิดเป็นคะแนนคือ 1 คะแนน ไพ่ที่เหลือจะคิดคะแนนตามตัวเลขบนไพ่

4.การตัดสินผลแพ้ชนะนั้นจะดูจำนวนคะแนนบนไพ่ของทั้งฝั่ง มังกร และ เสือ ซึ่งดีลเลอร์จะแจกไพ่ให้ฝั่งล่ะใบ และดูจำนวนคะแนนบนไพ่เพื่อเป็นการตัดสินแพ้ชนะ

5.กรณีผลเสมอ ถ้าสมาชิกที่ลงเดิมพัน มังกร กับ เสือ ไปแล้วจะเสียเพียงครึ่งเดียวจากจำนวนเงินที่ลงเอาไว้ ยกตัวอย่างคุณลงเดิมพันไป 100 บาท ก็จะเสียแค่ 50 บาทเท่านั้น ส่วนอีก 50 บาท ก็จะได้กลับคืนมา

ข้อดีของเกมส์เสือมังกรนั้นคือความรวดเร็วที่ไม่ต้องลุ้นนาน มีวิธีการเล่นที่เข้าใจง่ายเหมาะกับสมาชิกที่ต้องการความเร็วในการรับเงินรางวัล ข้อเสียคือลุ้นเร็วไปหน่อยอาจจะไม่เหมาะกับสมาชิกที่อยากเล่นนานๆ มีตัวเลือกที่น้อย ทำให้สมาชิกอาจจะเบื่อได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตามเสือมังกรก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในเว็บไซต์ gclub ที่ทางเราแนะนำว่าสนุกไม่แพ้เกมส์อื่นๆ อย่างแน่นอน

สงกรานต์ประเพณีที่สนุกของคนไทย

Songkran-Day

ประเพณีสงกรานต์ เป็นหนึ่งในประเพณีของประเทศไทยซึ่งมีมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล มีผู้ให้ข้อสันนิษฐานไว้ว่า ประเพณีนี้น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากเทศกาล Holi ของประเทศอินเดีย โดยเทศกาล Holi เป็นการใช้สีสาดกันไปมา เริ่มดำเนินพิธีในทุกวันแรม 1 ค่ำเดือน 4 ซึ่งนั่นก็คือเดือนมีนาคมนั่นเอง

สงกรานต์เป็นประเพณีโบราณที่สืบทอดมาพร้อมกับเทศกาลตรุษจีน ด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ โดยมีจุดประสงค์คือ ต้องการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในอดีตมีการกำหนดวันตามการคำนวณทางดาราศาสตร์ แต่สำหรับในปัจจุบันมีการระบุอย่างชัดเจนว่า เริ่มวันที่ 13 – 15 เมษายน

ประเพณีครอบคลุมตั้งแต่สมาชิกภายในครอบครัว ไปจนถึงบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ในปัจจุบันได้แพร่หลายออกไปทั่วทั้งประเทศ โดยทั้งทัศนคติและความเชื่อในการจัดงานก็มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย สำหรับความเชื่อในรูปแบบดั้งเดิม ใช้สัญลักษณ์เป็นส่วนประกอบหลักในพิธี คือ ใช้น้ำอันฉ่ำเย็นขัดกับฤดูร้อน รวมทั้งมีการขอพรจากผู้ใหญ่ เน้นรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว จึงทำให้เกิดประเพณีกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ สำหรับในปัจจุบันมีการประชาสัมพันธ์ในเชิงท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติให้มาเยือนเมืองไทย กลายเป็น Water Festival ทำให้เป็นการต่อยอดมีเงินแพร่สะพัดเข้ามาสู่ประเทศของเรา นักท่องเที่ยวรวมถึงชาวไทยเองต่างก็ร่วมพิธีด้วยความสนุกสนาน

songgran__

กิจกรรมวันสงกรานต์

  • การสรงน้ำพระ เป็นการรดน้ำพระพุทธรูปทั้งบ้านและวัด สรรพสินค้าบางแห่งก็ตั้ง พระพุทธรูปเอาไว้ให้ลูกค้ามาสรงน้ำพระด้วย
  • การบังสุกุลอัฐิ เถ้ากระดูกของสมาชิกในครอบครัวที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ตามต่างจังหวัด มักเก็บในรูปแบบของเจดีย์ ญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะนิมนต์พระไปบังสุกุล
  • การรดน้ำผู้ใหญ่ คือ ผู้น้อยไปอวยพรให้แก่ผู้ใหญ่ในครอบครัวและผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ เช่น ครูบาอาจารย์ เป็นต้น วิธีรดน้ำผู้ใหญ่ คือ ให้ผู้ใหญ่นั่งลงบนเก้าอี้ หลังจากนั้นผู้รดก็จะเอาน้ำอบมาผสมกับน้ำธรรมดา ผสมดอกมะลิ ดอกกุกลาบลงไป เพื่อความสวยงาม และค่อยๆใช้ขันเงินขนาดเล็กรดลงมือของผู้ใหญ่ หลังจากนั้นผู้ใหญ่ก็จะให้ศีลให้พร เป็นมิ่งขวัญกำลังใจ ถ้าผู้ใหญ่นั้นเป็นพระ ก็อาจนำเอาผ้าสบงไปถวายเพื่อให้ผลัดเปลี่ยนด้วย แต่ถ้าเป็นคนทั่วไปก็หาผ้าถุงหรือผ้าขาวม้า ผืนใหม่ไปให้เปลี่ยน เป็นการส่อถึงการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในวันปีใหม่ไทย อย่างสมบูรณ์
  • เล่นน้ำ เมื่อทำพิธีแบบโบราณเสร็จแล้วคราวนี้ก็ถึงเวลา เล่นน้ำคลายร้อนให้ชุ่มปอด ในประเทศไทยมีการปิดถนนบางแห่งเพื่อให้นักท่องเที่ยวเล่นกันทุกปี นับเป็นเทศกาลแห่งความสุขที่หลายๆคนต่างรอคอย

ลอยกระทงประเพณีที่อยู่คู่คนไทยมานาน

 

loy_ka_tong

ลอยกระทง เป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่โบราณและยังคงได้รับการสืบสานมาจนถึงปัจจุบัน ประเพณีลอยกระทงเป็นพิธีกรรมผู้คนในชุมชน โดยมีจุดประสงค์เพื่อขอขมาต่อธรรมชาติ พร้อมทั้งยกย่องที่ได้สร้างสรรค์ความอุดมสมบูรณ์ให้แก่มนุษย์

น้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเนื่องจากเป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิต เพราะฉะนั้นใน 1 วันของทุกๆปี มนุษย์จึงทำพิธีขอขมา เช่น ขับถ่ายของเสีย , ทิ้งสิ่งปฏิกูล หรือกระทำการใดๆที่ไม่เหมาะสม ด้วยการใช้วัสดุที่สามารถลอยน้ำ พร้อมใส่เครื่องเซ่นให้ลอยไปกับน้ำ เช่น ต้นกล้วยหรือกระบอกไม้ไผ่ เป็นต้น

ในประเทศไทย ลอยกระทงเป็นประเพณีที่สืบทอดมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีหลักฐานใดแสดงให้เห็นว่า มีการถือกำเนิดขึ้นมาตอนไหน หากแต่มีหลักฐานตราไว้ในกฎมณเทียรบาลว่า พระเจ้าแผ่นดินต้องเสด็จไปประกอบพิธีทางน้ำ เพื่อความมั่งคงทางกสิกรรมของราษฎร ต่อมาเมื่อถึงสมัยรัชการที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ บ้านเมืองเริ่มมีความมั่นคง การค้าก็มั่งคั่งอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการค้าขายกับประเทศจีน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงรับสั่งให้ฟื้นฟูประเพณีพิธีกรรมนี้ขึ้นมา

_big_loyka_tong

ประเพณีลอยกระทง ในสมัยโบราณสร้างจากใบตอง โดยจำกัดอยู่แค่ในราชสำนักกรุงเทพฯ เท่านั้น โดยมีหลักฐานรายละเอียดกล่าวอยู่ในหนังสือพระราชพงศาวดารของรัชกาลที่ 3 อันมีเนื้อความว่า กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ราชธิดาองค์โปรดแต่งกระทงเล่นทุกปี ต่อมาเมื่อกาลเวลาผ่านไปกระทงเริ่มเข้าสู่วิถีชีวิตราษฎรในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะบริเวณราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา กว่ากระทงจะได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วประเทศก็มาถึงปี พ.ศ.2500

ประเพณีลอยกระทง จัดขึ้นในคืนของวันเพ็ญเดือน 12 ดวงจันทร์กลมโตเปล่งประกายรัศมีสวยงามไปทั่วฟ้า อีกทั้งยังเป็นช่วงที่น้ำขึ้นสูงสุด ทำให้กระทงลอยไปไกล จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์อันหลากหลาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น เช่น เป็นการบูชาพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลก , เป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านได้ประทับรอยพระบาทไว้บนหาดทราย ประเทศอินเดีย ,  บูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ , เพื่อลอยเคราะห์ให้ไหลไปกับน้ำ มีความกับพิธีลอยบาปของพราหมณ์ ตลอดจนเพื่อสำนึกบุญคุณของน้ำ ที่มนุษย์ได้นำมาใช้ประโยชน์ ในทุกๆทาง ทั้งการนำมาดื่มกิน , ใช้ชำระล้างร่างกาย , ใช้ชำระความสกปรก รวมทั้งนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันต่างๆอีกมากมาย เป็นการตั้งจิตอธิฐานขอขมาลาโทษที่ทำให้แหล่งน้ำนั้นๆเกิดความสกปรกขึ้นมา เป็นต้น ประเพณีลอยกระทงนั้น เป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าคนไทย มีความเป็นหนึ่งเดียวกับสายน้ำมาก

ประเพณีสงกรานต์ในอดีตจัดขึ้นเพื่ออะไร

44382_full

ประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีร่วมของประเทศไทย , กัมพูชา , ลาว , พม่า จัดเป็นชนกลุ่มน้อยชาวไทบริเวณเวียดนาม , มณฑลยูนนานของจีน สงกรานต์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทศกาลโฮลี ประเทศอินเดีย แต่เทศกาลโฮลีจะสาดสี จัดงานทุกวันแรม 1 ค่ำเดือน 4 หรือ ในเดือนมีนาคมของทุกปี คำว่าสงกรานต์เป็นคำสันสกฤต แปลว่า ‘การเคลื่อนย้าย’ ที่ต้องการจะสื่อถึงการเคลื่อนย้ายของจักรราศี หรือ การเคลื่อนขึ้นปีใหม่ตามความเชื่อของไทยรวมถึงบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สงกรานต์ เป็นประเพณีอันดีงามอันสืบทอดมาตั้งแต่โบราณคู่กับตรุษ ด้วยเหตุนี้จึงเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ อันหมายถึง การส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เดิมทีการจัดเทศกาลแบบนี้ มาจากการคำนวณทางดาราศาสตร์ แต่ในปัจจุบันมีวันกำหนดแน่นอน คือวันที่ 13 – 15 เมษายน ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย

ในสมัยโบราณ พิธีสงกรานต์เป็นพิธีกรรมเล็กๆที่เกิดขึ้นในครอบครัว หรือหมู่บ้าน แต่ ณ ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมวงกว้างทั้งประเทศ และพบแนวโน้มทัศนคติและความเชื่อที่เปลี่ยนไป สำหรับความเชื่อดั้งเดิมใช้น้ำเป็นองค์ประกอบหลักในพิธี คือ ใช้น้ำเป็นตัวแทนเพื่อแก้กับฤดูร้อน ในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ราศีเมษ ใช้น้ำอันฉ่ำเย็นรดให้แก่กันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ รวมถึงระลึกต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ส่วนสังคมไทยสมัยใหม่ ก็เกิดประเพณีกลับบ้านในช่วงวันหยุดยาว นับเป็นวันครอบครัว ซึ่งทุกคนต่างมีความสุข ในพิธีแบบดั้งเดิมมีการสรงน้ำพระ เพื่อเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีสิริมงคล รวมถึงมีการประชาสัมพันธ์เพื่อการท่องเที่ยวว่าเป็น Water Festival สร้างรายได้ให้แก่ประเทศ

จุดประสงค์ของประเพณีสงกรานต์ในอดีต

  • ทำให้เห็นคุณค่าของครอบครัว ทำให้สมาชิกทุกคนได้มีโอกาสมาอยู่รวมกัน เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที เช่น ลูก-หลาน มารดน้ำขอพรจาก พ่อ , แม่ , ปู่ , ย่า , ตา, ยาย พร้อมมอบของขวัญ ให้แก่ทุกท่าน อีกทั้งยังแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศล ตามหลักของศาสนาพุทธ
  • ทำให้เห็นคุณค่าของชุมชน ที่เป็นเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีรักใคร่ในชุมชน ร่วมกันทำบุญ,ให้ทาน พบปะสังสรรค์ทำกิจกรรมร่วมกัน
  • สร้างคุณค่าต่อสังคมส่วนรวม ทำให้สิ่งแวดล้อมโดยรวมดีขึ้น ด้วยการช่วยกันทำความสะอาดบ้านเรือน , วัด , ที่สาธารณะ รวมทั้งอาคารของหน่วยงานต่าง ๆ
  • มีคุณค่าต่อศาสนา ช่วยกันทำนุบำรุงพระศาสนาให้สืบต่อไป ไม่ว่าจะเป็น การทำบุญ , ตักบาตร , เลี้ยงพระ ,ปฏิบัติธรรม , ฟังเทศน์ เป็นต้น

ประเพณีที่เราควรจะต้องอนุรักษ์ไว้

teple_tradition

ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาของประเทศไทยมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน โดยแต่ละอย่างก็อยู่คู่กับสังคมของเรามาอย่างช้านานแล้ว แต่ในปัจจุบันนี้สิ่งต่างๆที่มีความงดงาม บ่งบอกถึงรากเหง้าของชาวไทย กำลังค่อยๆลบเลือนหายไปโดยมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาแทนที่ จึงทำให้คนรุ่นหลังไม่เห็นความสำคัญเท่าที่ควร แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนไทยอีกมาก ที่ไม่อยากให้ประเพณีเหล่านั้นสูญหาย จึงได้คิดวิธีอนุรักษ์ประเพณี ซึ่งมีหลายอย่างด้วยกัน ได้แก่…

การค้นคว้าวิจัย

ลูกหลานชาวไทยควรศึกษาพร้อมเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาของไทยในด้านต่างๆไว้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น ภูมิปัญญาท้องถิ่น , จังหวัด , ภูมิภาค , ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งมุ่งศึกษาให้ความรู้ความเป็นมาในอดีต อันส่งผลมาสู่สภาพการณ์ ณ ปัจจุบัน

การอนุรักษ์

ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนในท้องถิ่นตระหนักถึงคุณค่ากับความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการส่งเสริมเพื่อจัดกิจกรรมตามประเพณีวัฒนธรรมโบราณต่างๆ กระตุ้นจิตสำนึกแก่คนในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งจะต้องร่วมกันในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหรือพิพิธภัณฑ์ชุมชนขึ้น เพื่อแสดงถึงสภาพชีวิตรวมทั้งความเป็นมาของชุมชน เป็นการเพิ่มความรู้และสร้างความภูมิใจในชุมชนท้องถิ่นด้วย

การฟื้นฟู

เลือกสรรภูมิปัญญาที่กำลังสูญหาย หรือได้สูญหายไปแล้วมาทำให้มีชีวิตอีกครั้ง เชิดชูให้เห็นคุณค่าและแสดงความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในท้องถิ่น โดยเฉพาะจริยธรรม , คุณธรรม , ค่านิยม

การพัฒนา

เริ่มจากขั้นตอนสร้างสรรค์พร้อมปรับปรุงภูมิปัญญา ให้มีความเหมาะสมกับยุคสมัย พร้อมเกิดประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน จากการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นพื้นฐานเพื่อรวมกลุ่มพัฒนาอาชีพ ตลอดจนนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีมาช่วยเพื่อต่อยอดผลิต , การตลาด , การบริหาร รวมถึงขั้นตอนป้องกันและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การถ่ายทอด

เริ่มจากนำภูมิปัญญาในอดีต มาเลือกสรรกลั่นกรองอย่างรอบคอบ เมื่อได้มาแล้วจึงนำไปถ่ายทอดให้สังคมได้รับรู้ จนเกิดความเข้าใจ รวมทั้งตระหนักในคุณค่า พร้อมปฏิบัติตามอย่างเหมาะสม โดยเริ่มจากสถาบันครอบครัว สถานศึกษา รวมทั้งการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ ให้รับรู้โดยทั่วกัน

ส่งเสริมกิจกรรม

ส่งเสริม-สนับสนุน ให้เกิดเครือข่ายสืบสานพร้อมพัฒนาภูมิปัญญาของชุมชนต่างๆ ในการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

เผยแพร่แลกเปลี่ยน

ด้วยการส่งเสริม – สนับสนุน แลกเปลี่ยนภูมิปัญญา – วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน อย่างกว้างขวาง มีการเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ ด้วยสื่อกับวิธีอันทันสมัยเท่าทันเทคโนโลยี รวมทั้งแลกเปลี่ยนกับประเทศอื่นๆทั่วโลก

การเสริมสร้างปราชญ์ท้องถิ่น

ส่งเสริม-สนับสนุนพัฒนาศักยภาพของชาวบ้าน ให้มีแสดงศักยภาพของตนอันเป็นจุดแข็ง ตลอดจนแสดงความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ มีการยกย่องประกาศเกียรติคุณอันน่าภาคภูมิใจ